บราซิล เสี้ยวหนึ่งของชีวิต Brazil – A Part of My Life

The faith and belief of Brazil

The faith and belief of Brazil

Watching World Cup 2014 games every day makes me miss Brazil dearly.

I lived in Sao Paulo, Brazil for almost 3 years. There was a mysterious ‘calling’ inside of me to be there, so I asked my boss to post me in Brazil. (I will write about it someday later.) Sao Paulo is a rather dangerous city. Everybody told me when I arrived to be prepared to get mugged. Everyone gets mugged there sooner or later; it’s just a matter of time – so they said. That made me paranoia throughout the time living there. My apartment was right in a beautiful downtown area where it didn’t look dangerous at all. Yet, I had to take extra precautions all the time even when I walked a block to get a carton of milk. I would really dress down and carry with me cash just enough for what I would buy – no purse. When I walked I acted alert. The motivation of robbers there is to get money for drugs; it is not their interest to harm people for more troubles. Thus, acting like a difficult target would shift their focus to an easier one. That saved me from being robbed throughout the time living there. How lucky.

ดูบอลโลก 2014 ทุกวันแล้วทำให้ฉันคิดถึงบราซิลขึ้นมาจับใจ

ฉันเคยอยู่เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิลเกือบ 3 ปี ไปเพราะมีเสียงลึกลับเรียกให้ไป (เรื่องนี้ขอเก็บไว้เล่าทีหลัง) เลยขอนายให้ส่งไปประจำทำงานที่นั่น เซาเปาโลเป็นเมืองอันตราย ไปแรกๆใครก็บอกว่ายูต้องเจอจี้ปล้นบ้างหละ ทุกคนต้องโดนหมด แค่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ฉันจึงผวาระวังตัวตลอดเวลา อพาร์ตเม้นท์อยู่ใจกลางเมือง มีแต่ตึกใหญ่ๆ ดูเจริญมีวัฒนธรรม แต่ฉันก็ต้องระวังตัวแจ จะเดินออกจากตึกไปซื้อนมสักขวดที่ซูเปอร์มาร์เก็ตก็ต้องแต่งตัวปอนๆใส่หมวกแก๊ปรองเท้าแตะ พกเงินไปแค่เท่าที่จะจ่าย ไม่เอากระเป๋าตังค์ไป เดินก็ดูหน้าระวังหลังตลอดเวลา เขาว่าคนที่นั่นปล้นเพราะแค่จะเอาเงินไม่ได้สนใจจะทำร้าย ถ้าดูแล้วเหยื่อคนนี้ท่าทางยากก็ไปเอาคนอื่นที่ดูง่ายแทนดีกว่า ดังนั้นฉันจึงถือหลักว่าเดินไปไหนให้ระวังตัวและแลดูยากเข้าไว้ สรุปคืออยู่รอดมา 3 ปีไม่มีโดนอะไรแม้แต่น้อย โชคดีจริงๆ

Sao Paulo Cathedral

Sao Paulo Cathedral


Favela or slum in Sao Paulo

Favela or slum in Sao Paulo

But today I’m going to write about my good encounters in Brazil, not a bad one. It will not be about trips and travels because I already wrote it all in my book “Vividly Brazil.” What makes me miss this country of samba much especially during this World Cup time is the Brazilian’s passion and their love of fun and enjoyment that is hard to surpass by any nation.

In Sao Paulo people don’t start parties on Friday, but they begin from Thursday night. At night the sound of laughter and chattering from the neighborhood bars echoes up to my apartment from Thursday to Sunday. My Brazilian friend said the party on Thursday was for work colleagues, Friday for friends, Saturday for your dates, and Sunday for families. Very well-thought! I guess for sumptuous dining with clients on Monday to Wednesday doesn’t count as parties! Frequently when I landed on Saturday early morning and was in a taxi back home, I would see party-goers just left the bars at 7 a.m. Partying organized by the Brazilians is much fun – always a plethora of various kinds of caipirinha, beautiful and delicious food, well-dressed people, and fantastic music. I always say the Brazilians know how to party. Look at the unbeatable carnival in Rio de Janeiro that everybody should experience once in a lifetime. I couldn’t help but calling Brazil the “Queen of Party.”

แต่วันนี้จะมาเล่าเรื่องดีๆเกี่ยวกับบราซิล ซึ่งไม่ใช่เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพราะได้เขียนไปแล้วในหนังสือ “บราซิล ชีวิตเต็มสีสันสั่นหัวใจ” เล่มหนาปึ้ก แต่จะเล่าถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ได้เรียนรู้จากวัฒนธรรมและนิสัยใจคอคนบราซิล โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้คิดถึงบราซิลมากๆในตอนนี้ อย่างแรกคือความรักสนุกและมีความสุขกับชีวิตที่ไม่มีชาติใดแซงได้เลย

ในเซาเปาโลนั้นคนเขาปาร์ตี้กันตั้งแต่วันพฤหัส ไม่รอวันศุกร์หรอก ที่อพาร์ตเม้นต์ฉันเสียงคนคุยกันเฮฮาตลอดคืนจากบาร์รอบๆจะแว่วดังให้ได้ยินตั้งแต่คืนพฤหัสไปจนถึงคืนอาทิตย์ เพื่อนบราซิลบอกว่า คืนพฤหัสเอาไว้ไปปาร์ตี้กับเพื่อนที่ทำงาน ศุกร์กับเพื่อนส่วนตัว เสาร์กับแฟน อาทิตย์กับครอบครัวพ่อแม่พี่น้อง มีเหตุผลนะนี่ ฉันแอบคิดในใจว่าคืนวันจันทร์อังคารพุธไปกินข้าวเลี้ยงลูกค้านี่ไม่นับเป็นปาร์ตี้ใช่ไหม บางทีเช้าวันเสาร์ฉันเดินทางลงจากเครื่องมาหกโมงเช้า นั่งแท็กซี่กลับบ้านผ่านบาร์แถวบ้านตอน 7 โมงเช้าเห็นคนเพิ่งเดินเป๋ๆออกมาจากบาร์กันประจำ และถ้าได้ไปงานปาร์ตี้ที่จัดโดยคนบราซิลแล้วขอบอกว่าสนุกสุดๆ ดนตรีเครื่องดื่มอาหารเป็นเรื่องใหญ่ การแต่งตัวก็ต้องสวยงาม ทุกคนมีดนตรีในหัวใจยักย้ายส่ายสะโพกกันสนุกสนาน ฉันพูดเสมอว่าคนบราซิลเลียนนั้นรู้จักวิธีว่าจะเฉลิมฉลองกันอย่างไร ดูงานคาร์นิวัลเป็นตัวอย่างก็ได้ ไม่มีที่ไหนจะอลังการเท่าริโอเดอจาร์เนโรอีกแล้ว ฉันจึงต้องยกให้บราซิลเป็นราชินีแห่งการเฉลิมฉลองตัวจริง

How many types of caipirinha can it be? A must at Brazilian parties.

How many types of caipirinha can it be? A must at Brazilian parties.

IMG_8471IMG_8349IMG_8343IMG_8358IMG_8404IMG_8475IMG_8451IMG_8489IMG_8483

From a working style point of view, one unique aspect about the Brazilians that impresses me is that; the factor for them to create world-class works seems to be “faith and belief” rather than hard-working habit or informative insights. I was used to the work style that every project had to be well justified with concrete business assumptions before proceeding. Without thorough researched data a project could not be approved to carry on. After working with the Brazilians I learned that they respect and give importance to guts feeling and intuitive sense, or what I call “faith and belief”. If anyone feels strongly to pursue any task even without much information, instead of killing the idea prematurely the team would allow the person to try. Not only allow, in fact they would support and try to help making his dream materialized. I think they believe in the belief itself; that once a person has a heart and conviction for anything, the dream can only be possible.

I was once at a weeklong training where we had to compete on a complex business simulation. The winning team would be the one with highest profitability. Everyone else in my group was European. We structured our way of work and systematized work processes very well, and everybody worked hard in acquiring more and more data. A very stressful but high performing environment. On the fourth day we were asked to swap one person among groups for an hour for cross learning. I was chosen to swap to a group dominated with Brazilian people. As soon as I arrived at my ‘new company’, they gave me such a warm welcome. They cheerfully introduced themselves and focused on the conversation to know me in a fun and happy manner. Half an hour had passed then they pulled out a laptop and started to work on the case. No time-stress. They casually exchanged the information – verbally – no complicated table or spreadsheet or Powerpoint. One person seemed to have a strong conviction towards one approach, so everybody adopted the idea easily without unnecessary challenge. Then they focused on ‘building on’ to sharpen the idea and tried to make it work. It was pleasurable and peaceful. After a hard and tiring week the result was that the Brazilian team won over other teams. I was very surprised. Although I enjoyed my stint in their team, I didn’t believe their “too easy going” style would make them win. Later I understood this was Brazilian style – they don’t engage in negative energy, but celebrate positive ones especially passion and conviction. The heart is more important than the head. Look at Christ the Redeemer statue in Rio de Janeiro. That is a tangible symbol of faith and belief that has become one of the New Seven Wonders of the World.

มีอีกเรื่องที่แปลกไม่เหมือนใครโดยเฉพาะถ้ามองจากมุมคนทำงาน โดยส่วนตัวฉันมองว่าพลังที่ทำให้คนบราซิลเลี่ยนสร้างสรรค์ผลงานดีๆและยิ่งใหญ่ได้มากมายนั้นคือ “ความเชื่อและศรัทธา” มากกว่าความขยันหรือความรู้ที่เหนือกว่าคนอื่น สมัยก่อนไปบราซิลฉันคุ้นเคยกับการทำงานที่ทุกอย่างต้องตั้งอยู่บนกรอบที่ตกลงกันล่วงหน้า ทุกเรื่องต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนจะลงมือทำว่าจะลุล่วงสำเร็จ กว่าจะเปิดโครงการณ์แต่ละอันได้ต้องพิสูจน์กันแล้วกันเล่าว่าความเสี่ยงต่ำ โอกาสบรรลุผลสูง การกดปุ่มตัดสินใจเดินหน้าขึ้นกับข้อมูลที่ศึกษามาแล้วแน่นหนาจับต้องได้ ไม่มีการตัดสินใจที่ขึ้นกับความเชื่อความคิดลอยๆ แต่พอได้ไปทำงานกับคนบราซิลฉันพบว่าเขาให้น้ำหนักกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เช่นสิ่งที่เรียกว่า “ความเชื่อและศรัทธา “ ถ้าใครคนหนึ่งมีความมั่นใจอย่างรุนแรงในการจะทำอะไรสักอย่าง ต่อให้มีข้อมูลน้อยไปนิด แทนที่ทีมงานจะคอยแต่แย้งว่ามันเหลวไหลเป็นไปไม่ได้ เขาจะให้โอกาสคนนั้นลงมือทำ ยิ่งกว่านั้นเขามักเข้าร่วมมือร่วมใจทำเพื่อช่วยให้สำเร็จด้วย ฉันว่าคงเป็นเพราะเขาเชื่อให้พลังแห่งความเชื่อ ว่าหาก “ใจ”มันไปเต็มร้อยแล้ว อย่างไรเรื่องนั้นมันก็ต้องสำเร็จ

ฉันเคยเข้าฝึกอบรมและมีการแบ่งกลุ่มแข่งกันทำธุรกิจจำลอง กลุ่มที่ชนะคือกลุ่มที่ได้ผลกำไรมากที่สุด โจทย์ยากและซับซ้อนมาก ฉันอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนยุโรป การทำงานมีหลักการเยอะมาก กฎกติกาเยอะ ต้องแบ่งงานกันหาข้อมูลเต็มไปหมด แข่งกันห้าวันเครียดสุดๆ พอวันที่สี่มีการแลกตัวคนทำงานสลับกลุ่มกันเพื่อเรียนรู้เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ฉันถูกเลือกให้สลับไปอยู่กลุ่มคนบราซิล ไปถึงเขาต้อนรับอย่างเฮฮาร่าเริงมาก ชวนคุยสนุกสนานอารมณ์ดีไม่มีเครียดไปครึ่งชั่วโมง พอครึ่งชั่วโมงหลังก็คว้าคอมพิวเตอร์มาแล้วถามกันว่า เอาหละโจทย์เป็นแบบนี้นะ สถานการณ์เป็นแบบนี้นะ พวกยูคิดว่าเราต้องทำอะไรอย่างไร แต่ละคนเสนอความคิดแลกเปลี่ยนกันอย่างสบายๆเหมือนปรึกษากัน แล้วมีคนหนึ่งเขาเชื่อมั่นในไอเดียหนึ่งมาก เขาอยากทำอันนั้นมาก คนที่เหลือก็ไม่มีการเถียงกันว่าไอเดียตัวเองดีกว่า เขาเห็นเพื่อนอินมากก็เลยตกลงเอาอันนั้นเลยแล้วพยายามช่วยกันปรับให้สมบูรณ์ขึ้น ทุกอย่างเกิดขึ้นง่ายๆแบบไม่ต้องมีหลักฐานมาคัดคานหรือชักจูงกันมาก มันเกิดขึ้นจากความเชื่อและความร่วมใจกันทำสิ่งที่เลือกแล้วให้ดีขึ้น ผลการแข่งสุดท้ายเหนื่อยแทบตายเป็นเวลาสัปดาห์นึง ทีมบราซิลชนะแบบชิลล์ๆ ฉันงงมากเพราะตอนนั้นก็แอบนินทาว่าทำงานแบบหลวมๆจะไปชนะได้อย่างไร ตอนหลังถึงได้เข้าใจว่านี่คือความเป็นบราซิล เขาไม่ตั้งคำถามแต่ลงมือทำเลยโดยซื้อกันที่ใจ ดูอย่างรูปปั้นพระเยซู บนเขาที่ริโอเดอจาเนโรก็ได้ นั่นคือสัญลักษณ์แห่งความเชื่อและศรัทธาที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงจนกลายมาเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ของโลก

Stunning view of Christ the Redeemer from helicopter

Stunning view of Christ the Redeemer from helicopter

Another thing that the Brazilians impressed me is their devotion to great hygiene. In fact, I say, they are hygiene-freak! They are really fanatic when it comes to health and hygiene; more than any nation I have ever encountered. People are usually surprised when I share this insight. They often think that developing countries are dirty especially in the public areas. Let me testify that is not true. In many European countries clean public toilets are harder to find than in Bangkok. In Brazil clean toilets and guaranteed availability of toilet paper are just too basic. At restaurants you will often find mouthwash in a giant bottle provided with paper cup to gargle after a well-fed meal. And frequently enough you will find even dental floss provided for free consumption. I have never seen this anywhere else in the world. Their dedication for great oral hygiene can also be seen at office toilets after lunch time where they are packed with employees brushing their teeth. The company I worked for owns a few global oral-care brands. Once, a branch in UK came up with a campaign to increase toothpaste consumption by promoting the third-time brushing habit after lunch meal. It was very successful and the sales of toothpaste increased so significantly that the company wanted other countries to adopt the same campaign. It was an easy goal to achieve: by introducing brushing one more time a day the toothpaste consumption will already increase by 50%. Unfortunately this campaign did not work in Brazil: the Brazilians already brushed their teeth 3 times a day (at least). No volume gain potential. The Brits were surprised.

There is another surprising encounter on the hygiene topic when I newly arrived in Brazil. My Brazilian maid handed me a list of household products to buy. In the list I saw “alcool” or ‘alcohol” – plain and simple like that. I didn’t understand what she meant, hence I brought the list to my secretary at the office and ask her to explain. Then I learned that one of the mandatory household cleaning products in Brazil was all-purpose cleaning alcohol to disinfect literally everything from toilets to the floor to tabletops after normal cleaning with standard cleaning products. In supermarkets there is a full big shelf of this product category under various brands next to household cleaners. Even at a simple restaurant out of city, after they clean up tables for the next guests they would wipe clean with soap and finally spray the alcohol and rub thoroughly to disinfect the whole surface. No matter how small the houses or how simple the premises are, they have to be germ-free!

These are little things we would not encounter from a short visit. I am enchanted with cultural differences I come across from those trips I made, and that makes it unstoppable for me to travel. I was lucky to have lived in many countries; Thailand, the US, Brazil, and now Switzerland. I must say Brazil is truly unique, and am glad I spent a part of my lifetime there. World Cup does make me reminisce about a wonderful time of my life in Brazil. And I hope they win!

อีกเรื่องที่ฉันประทับใจมากๆเกี่ยวกับคนบราซิลคือ ความรักสะอาดและใส่ใจในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพ ฉันพูดเสมอว่า ชาติที่บ้าคลั่งความสะอาดมากที่สุดในโลกที่ฉันเคยเห็นมาคือบราซิล พูดทีไรคนฟังก็ต้องอ้าปากว่า ฮะอะไรนะ จริงเหรอ คนมักจะนึกว่าชาติกำลังพัฒนาต้องสกปรก ขอบอกว่าไม่จริงอย่างที่สุด อย่าให้พูดเลยว่าชาติในยุโรปชาติไหนบ้างที่หาห้องน้ำสะอาดเข้ายากกว่ากรุงเทพ แต่ที่บราซิลนี้ ใช่แค่ว่าห้องน้ำสะอาดมากๆทุกที่เท่านั้น ห้องน้ำตามร้านอาหารยังมีเครื่องเคราทำความสะอาดให้อย่างมากมายด้วย กระดาษชำระนั้นไม่ต้องพูดถึง มากมายเกินพอทั้งในห้องน้ำทั้งที่อ่างล้างมือ สบู่พร้อมเสร็จสรรพ แต่ที่ประทับใจคือมีน้ำยาบ้วนปากขวดโตๆที่ให้กดใช้ได้ตามต้องการฟรีๆพร้อมถ้วยกระดาษ ยังไม่พอ บางที่มีไหมขัดฟันให้ดึงใช้ได้อีก ไม่เคยเห็นแบบนี้ที่ประเทศอื่นเลย อนามัยในช่องปากอะไรจะดีกันปานนั้น แต่ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้คนบราซิลให้ความสำคัญจริงๆ ที่ทำงานฉันแทบจะไม่มีใครไม่แปรงฟันหลังมื้อกลางวัน บริษัทฉันมียาสีฟันขายไปทั่วโลก ช่วงหนึ่งบริษัทสาขาที่อังกฤษทำกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยรณรงค์ให้คนแปรงฟันหลังอาหารมื้อกลางวันเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดี ปรากฎคนตื่นตัวมาก ยอดขายยาสีฟันที่อังกฤษพุ่งปรี๊ด ก็คิดดูปริมาณการใช้ยาสีฟันอยู่ๆก็เพิ่มขึ้น 50% จากการที่คนเปลี่ยนนิสัยการแปรงฟันจากวันละ 2 เป็น 3 ครั้ง บริษัทเลยบอกให้สาขาอื่นทั่วโลกเอาความคิดนี้ไปทำบ้าง ปรากฎประเทศที่ไม่สามารถเพิ่มยอดขายแบบนี้ได้คือบราซิล ก็คนเขาแปรงฟันกันวันละ 3 ครั้งอยู่แล้ว จะเอาอะไรมาเพิ่มอีก ฝรั่งงงไปเลย

เรื่องนิสัยรักสะอาดจัดนี้มีอีก ตอนที่ฉันไปถึงบราซิลใหม่ๆ ได้คนทำความสะอาดบ้านมาก็บอกว่าอยากให้ไปซื้อของใช้อะไรในบ้านก็จดมา เธอก็เอาลิสต์มาให้ยาวเชียว หนึ่งในรายการที่ฉันไม่เข้าใจก็คือสิ่งที่เธอเขียนว่า “แอลกอฮอล์” ดื้อๆด้วนๆแบบนั้นแหละ ฉันก็ไม่รู้ว่าแอลกอฮอล์อะไร จะแอลกอฮอล์เช็ดแผลก็ไม่น่าใช่ เพื่อความมั่นใจเอาไปถามเลขาที่บริษัท จึงรู้ว่าหนึ่งในรายการน้ำยาทำความสะอาดประจำบ้านที่คนบราซิลต้องมีใช้คือแอลกอฮอล์ ในซูเปอร์มาร์เก็ตมีขายขวดโตๆติดกับพวกน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำมากมายหลายยี่ห้อเลย เขาจะใช้เช็ดหรือราดทั้งพื้นทั้งห้องน้ำทั้งครัวหลังจากเช็ดถูลงน้ำยาปกติแล้ว เรียกว่าพอทำความสะอาดจนเอี่ยมแล้วก็ต้องฆ่าเชื้อสำทับอีกที แม้แต่ร้านอาหารริมทางง่ายๆเวลาเขามาเช็ดโต๊ะก็ต้องฉีดแอลกอฮอล์แล้วเช็ดทับเป็นขั้นสุดท้ายทุกร้าน เป็นไงงงไปเลย บ้านเขาจะเล็กหรือเรียบง่ายอย่างไรก็ต้องสะอาดปราศจากเชื้อโรคไว้ก่อน อนามัยจัดที่สุดในโลกแล้ว

อะไรเล็กๆน้อยๆแบบนี้คือสิ่งที่ถ้าไปเที่ยวประเดี๋ยวประด๋าวก็จะไม่ได้พบเห็น วัฒนธรรมและนิสัยเฉพาะตัวของแต่ละชาตินี่คือสเน่ห์ที่ทำให้ฉันหลงใหลการท่องเที่ยวเดินทาง โชคดีที่ฉันได้ไปอยู่มาหลายประเทศนอกจากประเทศไทย ทั้งสหรัฐอเมริกา บราซิล และสวิตเซอร์แลนด์ แต่ขอบอกว่าบราซิลนั้นเป็นอะไรที่ไม่เหมือนที่ใดเลย ฉันดีใจจริงๆที่เสี้ยวเวลาหนึ่งของชีวิตได้ไปอยู่บราซิล ได้ทำงานและมีเพื่อนเป็นคนบราซิลเลี่ยน บอลโลกทำให้คิดถึงบราซิลจับใจ และอดแอบเชียร์ให้บราซิลเป็นแชมป์ไม่ได้เลย

Ipanema beach on a sunny day

Ipanema beach on a sunny day

Vividly Brazil book. Sky Beyond Sky Publishing.

Vividly Brazil book. Sky Beyond Sky Publishing.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s