Half-the world dating รักข้ามขอบฟ้า Far or near? ห่างแค่ไหนคือใกล้ ไกลเพียงไหนคือแค่เอื้อม

Ballooning in Serengeti, Tanzania

Ballooning in Serengeti, Tanzania



I had a long-distance relationship for over a year. We met in the land where neither of us resided, and we knew from day one that we lived half a world apart. Yet we didn’t think about the distance. Nor did we decide that we would be entering into a long-distance-relationship contract. When our week was about to over, we simply realized I could be in Zurich for reunion in a month time. So I went. After that we figured we could meet up in Delhi when he was there for a meeting. Hence we did. Then he came to Bangkok for vacation. Then next, and next, and next. It kind of evolved to be a long-distance affair. In the end we dated in 11 countries over the course of 12 months.

“Wow, so romantic!” – some people cried out when learned this fact. Yes, kind of, but it was also such an ordeal. Though technology these days keep people seamlessly connected, there were days we wished to be together in the evening to share what we encountered at work, and there were nights we simply wanted to snuggle up in each other’s arms. We wrote a lot of ‘letters’ by e mail, not to mention countless chats and short messages during the day. Communication did not just do the job of keeping us connected, but it also made us learn about each other more and more.

But it was those trips indeed that made our relationship grow. We all have heard it; that traveling together is a way to prove if you really get along. It is not easy to be with someone all day and night in an unknown land where you have to learn, adjust, and often get frustrated. Now that I have been through it, I can say it is indeed a test for your physical, emotional, mental, and spiritual compatibility. Luckily we found each other more and more enjoyable to travel with. So we booked our world throttling one after another. We didn’t mean to create such a novel-like romance of multiple-country dating saga.

What I realized later, which now I think it could be a tip for long-distance lovers, is; the trips can be more powerful in making you learn about each other when they vary in experiences. Don’t just go for romantic trips, but go for all kinds of circumstances. In Havana we developed mental and spiritual connection via the debate about pros and cons of capitalism versus communism. In Switzerland we shared emotional moments during festive Christmas & New Year flare as well as sporty ski trips. In Delhi we saw each other deal with street hassles and shop haggle. In Italy we relished the gastronomy. In Rwanda we endured adventurous endeavor of Gorilla tracking. In Tanzania we were in touch with purest nature of savannah and animals. In Zanzibar it was sheer romance. In Croatia it was a dynamic of big group of friends at annual get-together. In Bali we took a detoxification retreat pursuing body and mind purification. In Ljubljana we explored a new city neither of us had ever been. Those trips allowed us to see deep into each other: decision process, way to deal with frustration, self-esteem, maturity, weak points, views of the world, and many more. It revealed to us heads and hearts of one another, which is more sustainable in relationship than chemistry alone.

So, for us, distance did bring us closer, instead of apart, to the point we said we wanted to sit next to each other on every leg of the next flights. No more flying alone sleeplessly with excitement to reunion on the outbound, and flooding in tears on the inbound. So we terminated the long distance ordeal with my move to Switzerland. Maybe we wouldn’t be together now, had we lived in the same country. Traveling, once more, gave me a precious life lesson. And yes, I admit it was romantic dating around the world. Just a bit expensive, though.

ฉันมีประสบการณ์คบรักข้ามโลกอยู่ปีกว่า  ไม่ได้ตั้งใจจะทรมานทรกรรมตนเองแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย  เราพบกันครั้งแรกในเมืองไกลอันต่างถิ่นของเราทั้งคู่  ตอนที่ถูกคอถูกใจกันก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเราอยู่ไกลกันครึ่งโลก  แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องทางใกล้ทางไกลอะไรทั้งสิ้นว่ามันจะมีผลอะไร  เพราะไม่ได้วางแผนว่าจะคบกันแบบไหนอะไรยังไงข้ามโลกหรือไม่  มันเกิดขึ้นเองง่ายๆตามธรรมชาติ  ก่อนที่จะจากกันในครั้งแรกที่เจอเราพบว่าฉันสะดวกที่จะมาเจอเขาที่ซูริคในเดือนถัดมา  เราก็นัดกันตามนั้น  หลังจากครั้งนั้นเราก็ไปเจอกันที่เดลีเพราะเขาไปประชุม  แล้วเขาก็มากรุงเทพพักร้อน  ทริปถัดๆมาเราก็นัดกันมาเรื่อยๆตามแต่ความสะดวก  มันเป็นไปเองตามขั้นตอนอย่างสบายๆ  สุดท้ายกว่าจะรู้ตัว  เราเดตข้ามโลกกันถึง 11 ประเทศในเวลา 12 เดือน

“ตายแล้วโรแมนติกจังเลย”  ส่วนมากพอใครๆรู้ก็จะร้องอุทานแบบนี้พร้อมทำตาฝันๆ  มันก็ฟังดูโรแมนติกอยู่หรอกแต่จริงๆแล้วทรมานใช่เล่นเหมือนกัน  ถึงแม้สมัยนี้จะมีช่องทางสื่อสารสารพัดให้ถึงเนื้อถึงตัวทุกลมหายใจประสาโลกไร้พรมแดน  แต่มันก็มีบางวันที่เราอยากนั่งคุยกันเบาๆแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างวันในยามเย็นเพื่อเรียนรู้และให้กำลังใจ  หรือบางคืนเราก็แค่อยากนอนซบให้ความอบอุ่นแก่กันเพราะมันรู้สึกดี  วันคืนพวกนั้นช่องทางสื่อสารไหนก็ช่วยไม่ได้  เราเขียนจดหมายถึงกันเยอะมากทางอีเมล์  ไม่นับสื่อพวกแมสเสจสั้นๆระหว่างวันมากมาย  ฉันว่าการเขียนจดหมายยาวๆแบบโบราณนี่แหละเป็นการสื่อความคิดและความรู้สึกในใจที่ดีที่สุด  เพราะแต่ละคำมันกลั่นออกมาจากใจ  มันมีเวลาให้บรรยายอธิบาย  มันมีเวลาคิดและกลั่นกรองความรู้สึก  มันทำให้เราได้รู้จักกันและกันจริงๆ  ไม่ใช่เพียงแค่เป็นช่องทางการติดต่อเท่านั้น

แต่สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเราเติบโตงอกงามจริงๆก็คือการเดินทางข้ามโลกสิบเอ็ดทริปนั่นหละ  อย่างที่เราเคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆว่า  การเดินทางคือบทพิสูจน์รักของแต่ละคู่ว่าเข้ากันได้จริงหรือไม่  เพราะมันไม่ง่ายเลยที่จะใช้ชีวิตอยู่กับใครที่เพิ่งรู้จักทั้งวันทั้งคืนในดินแดนต่างถิ่น  สารพันปัญหาและเรื่องราวมากมายที่เราไม่รู้อาจเกิดขึ้นได้  ณ.วันนี้ที่ฉันผ่านมันมาแล้วขอบอกได้เลยว่าการเดินทางด้วยกันนั้นมันเป็นบทที่พิสูจน์ได้ครบจริงๆว่าเราเข้ากันได้หรือไม่  ทั้งทางกาย ใจ ความคิด จิตวิญญาณ  บังเอิญเราสองคนพบว่ายิ่งเดินทางด้วยกันยิ่งถูกคอถูกใจกันมากขึ้น  เราก็นัดกันตามแต่สะดวกไปตามสถานที่ต่างๆทั่วโลกต่อมาเรื่อยๆ  ไม่ได้เจตนาจะสร้างนิยายรักข้ามโลกเลยจริงๆ

สิ่งที่ฉันมาเข้าใจทีหลัง  และวันนี้บอกได้เลยให้เป็นเกร็ดในการคบรักข้ามโลกก็คือว่า  อย่าสักแต่เดินทางไปหากันเพื่อให้หายคิดถึง  แต่พยายามให้ประสบการณ์ของการเดินทางในโอกาสที่เราได้เจอกันนั้น  เอื้อประโยชน์ให้เราได้เรียนรู้กันและกันให้มากที่สุดด้วย  พยายามให้บริบทของการเจอกันนั้นมันหลากหลายไป  จะได้”เห็น”กันชัดๆ  อย่างของฉันนั้น   ที่ฮาวาน่าเราถกกันในเชิงการเมืองเรื่องลัทธิทุนนิยมกับคอมมูนิสต์ว่ามีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร  ทีสวิสเราฉลองสบายๆในบรรยากาศเหมือนฝันช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่  และไปทริปสกีแบบเน้นกิจกรรมกีฬาล้วนๆ   ที่เดลีเราเห็นพฤติกรรมของกันและกันเวลาโดนแขกเข้ามาเซ้าซี้ล่อหลอกและเวลาต่อราคาของ  ที่อิตาลีเราตระเวนกินอาหารอร่อยๆดูรสนิยมการกินของกันละกัน  ที่รวันดาเราบุกป่าฝ่าดงอย่างโหดตามรอยกอริลล่า  ได้ทดสอบกันเวลาเหนื่อยสุดๆ  ที่แทนซาเนียเป็นการชมธรรมชาติและสัตว์ป่า  ซานซิบาร์คือทริปโรแมนติกล้วนๆ  โครเอเชียเป็นการเที่ยวกลุ่มใหญ่ระหว่างเพื่อน  ได้เห็นกันเวลาอยู่ในคนหมู่มาก  ที่บาหลีเราไปทำดีท๊อกซ์ให้ร่างกายจิตใตสะอาดด้วยกัน  ที่ลูบลิยาน่าเราไปสำรวจผจญเมืองแปลกใหม่ที่ไม่เคยไปทั้งคู่  ความหลากหลายของทริปเหล่านี้ทำให้เราได้รู้จักกันในหลายๆด้านอย่างลึกซึ้ง  ทั้งการตัดสินใจ  การควบคุมอารมณ์  นิสัยเสียๆ  วุฒิภาวะทางอารมณ์  และมุมมองต่อสิ่งต่างๆในโลกนี้  ทำให้เราได้เห็นกันทั้งจิตใจและสติปัญญา  ได้รู้ว่าศีลเสมอกันไหม  ไม่ใช่ถูกใจหวั่นไหวเพราะเคมีอย่างเดียว

ดังนั้นสำหรับเราแล้ว  ระยะห่างครึ่งโลกนั้นทำให้เราคืบใกล้เข้าหากันมากขึ้น  จนถึงวันที่เราตัดสินใจว่า  ในทริปต่อๆไปที่จะตามมานั้นเราจะนั่งคู่กันไปบนเครื่องทั้งขาไปขากลับ  ไม่ใช่ตื่นเต้นที่จะเจอกันจนนอนไม่หลับบนเครื่องขาไป  และร้องไห้คนเดียวตลอดทางขากลับ  วันนั้นเราจึงสรุปว่า  ฉันจะย้ายมาสวิตเซอร์แลนด์  ทุกวันนี้ฉันคิดว่า  ถ้าเราเจอกันโดยที่อยู่ประเทศเดียวกัน  เราอาจจะไม่ได้ลงเอยกันอย่างนี้ก็ได้  การเดินทางได้สอนอะไรๆให้ฉันเสมอมาตลอด  และบทเรียนรักข้ามโลกนี้ก็เป็นบทเรียนที่มีค่าที่สุดอันหนึ่ง  เอาเถอะ…จะให้ยอมรับก็ได้  ว่าจะว่าไปแล้วมันก็โรแมนติกชวนฝันจริงๆอยู่หรอก  แค่ว่าแพงเลือดซิบไปหน่อยเท่านั้นเอง



One comment on “Half-the world dating รักข้ามขอบฟ้า Far or near? ห่างแค่ไหนคือใกล้ ไกลเพียงไหนคือแค่เอื้อม

  1. Pow says:

    inspiring, lovely story… brought tears (of happiness for you) to my eyes. xx

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )


Connecting to %s