Privilege: How to define it? สิทธิพิเศษ อะไรคือพิเศษ

Swiss Spring

Before my move to Switzerland, my husband (to-be then) was very concerned about the change of lifestyle I had to adjust to, especially the foregone convenience to get things done I had in Bangkok. He recognized I was lucky enough to have assistants and connections in every way to ease my life; a secretary, a driver, a messenger, a cook, a cleaner, special service from car garage, friend of a friend who can book us a special table at hard-to-get restaurants, etc. He respected the way we Bangkokians grow up and lead our lifestyle: lazy to walk a block, prefer to drive and get stuck in 2-hour traffic rather than taking public transportation, pay people to do tedious, boring things instead of doing it ourselves, and are in search of ‘privilege’ to better acquisitions than others; be it freebies, upgrades, shortcuts, good deals, etc. But he said to me in the end, which struck me hard, “You know, you can get privileges in Switzerland too. It’s just that everybody has the same and equal privilege.”
This conversation took place right when traffic in Bangkok reached the highest horrendous point after the ‘first car policy’, and we learned that Bangkok had a road surface for 1.7 million cars while numbers of car registration was 7 million. It was also then when I read about Colombian Prime Minister’s commitment for ‘sustainable transport system’ by building more bicycle route network in Bogota and upgrading bus system, and discouraging car ownership and patronage in the city. Colombia is by no means more ‘developed’ than Thailand but his PM has a vision to say that “developed countries are not judged by how many private cars poor people own, but by how many rich people taking public transportation.”
That was my second hard strike.
Despite my deep appreciation of the thought, old habits die hard. I still indulged myself with cars in Zurich, and dearly missed convenience money could buy in Bangkok. It took me a while to internalize the philosophy and to enjoy the ‘equal privilege’ Switzerland has to offer. First time I took the bus here I was freakily nervous. I hesitated much to use public swimming pools, to picnic at public parks, or to join the crowd lying on river banks and jumping into the river. I could not visualize a perfectly clean bus with unmistakable travel information and punctuality, nor a convenience and pleasant ambience of public spaces. I grew up with private cars that costs ridiculously high compared to the cost of living, and private sports club and exclusive venues. But after I ‘unblocked my heart and opened my eyes,” I found public transportation could be more convenient than driving. And I fell in love with how the Swiss make it possible for everyone to enjoy what their nature has to offer without paying an exclusivity fee.
That’s indeed a privilege, an equal privilege that everyone has. And I think it is even a superior form of privilege when you know that no one has less accessibility to such privilege than you.
ก่อนที่จะย้ายมาสวิสเซอร์แลนด์ ว่าที่สามีเป็นห่วงมากเรื่องที่ฉันจะต้องปรับตัวและเปลี่ยนวิถีชีวิตในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะความสะดวกสบายทั้งหลายที่มีคนทำให้ เส้นสายเพื่อนฝูงที่ช่วยเหลือให้เรื่องต่างๆราบรื่น มีคนทำความสะอาดบ้าน คนรถ เลขา คนทำกับข้าว ติดขัดอะไรก็จะมีใครสักคนให้โทรหาเพื่อแก้ไขให้ลุล่วงได้ง่ายๆเสมอ พวกเราคนกรุงเทพเคยชินกับชีวิตแบบติดหรูเอาสบายไม่ทำอะไรเอง เท้าไม่ติดดิน คือไม่ชอบเดิน ไม่นั่งขนส่งมวลชนแต่เลือกที่จะนั่งในรถส่วนตัวแม้ต้องติดแหง่กบนถนนนานๆ และเสพติดกับ “สิทธิพิเศษ”ไม่ว่าจะเป็น การใช้เส้นสายพรรคพวกให้ได้อะไรมาง่ายกว่า มากกว่า เร็วกว่าคนอื่น หรือของแถมของฟรีจากการเป็นลูกค้าประจำ คุณสามีถามด้วยความเป็นห่วงหลายครั้งว่าฉันจะปรับตัวได้ไหม และลงท้ายด้วยคำปลอบที่กระแทกโดนใจฉันอย่างแรงว่า “แต่ที่สวิสก็มีสิทธิพิเศษนะ เพียงแต่เป็นสิทธิพิเศษที่ทุกคนมีได้เท่ากันเท่านั้นเอง”
นั่นเป็นช่วงเดียวกับที่นโยบายรถคันแรกเริ่มใช้ รถกรุงเทพติดมหากาฬอย่างไม่เคยแย่ขนาดนี้ กรุงเทพมีพื้นผิวจราจรให้รถหนึ่งล้านเจ็ดแสนคัน แต่ดันมีรถขึ้นทะเบียนปาเข้าไปเจ็ดล้าน ฉันบังเอิญได้อ่านข่าวการบริหารจราจรของประเทศโคลอมเบีย ที่นายกเขามุ่งมั่นเอาจริงเรื่องการจำกัดการใช้รถในตัวเมืองโบโกต้า และมีนโยบายสนับสนุนให้คนขี่จักรยานและใช้ขนส่งมวลชนเพิ่มขึ้นโดยทำเส้นทางและเลนขี่จักรยานให้สะดวกสบาย พัฒนาคุณภาพขนส่งมวลชนอย่างจริงจัง ฉันแปลกใจในแนวคิดและความมุ่งมั่นของเขามากเพราะโคลอมเบียไม่ใช่ประเทศที่พัฒนาแล้วหรือเจริญไปกว่าไทยเลย นายกเขาพูดว่า “ประเทศที่เจริญแล้วไม่ได้วัดว่าคนจนมีรถส่วนตัวมากเท่าไร แต่ดูว่าคนรวยใช้บริการขนส่งสาธารณะมากแค่ไหนต่างหาก”
โดนอีกครั้งอย่างแรง
แต่ถึงโดนอย่างไรมันก็ไม่ง่ายที่ฉันจะเปลี่ยนความเคยชินที่มีมานาน กว่าจะซึ้งกับแนวคิดและปฏิบัติได้จริงก็พักหนึ่ง ย้ายมาสวิสเซอร์แลนด์แล้วก็ยังติดนิสัยขับรถเข้าเมืองอยู่ ขึ้นรถเมล์คนเดียวครั้งแรกประสาทจะกินตาย กลัวลงผิดป้าย กลัวต่อรถไม่ทัน ไม่อยากนั่งติดกับคนไม่รู้จัก กลัวไปหมดทั้งๆที่ศึกษาเส้นทางดูกูเกิลแมพล่วงหน้าเป็นวันๆ และไม่ยอมไปใช้บริการสาธารณะทั้งหลายเช่นสระว่ายน้ำเพราะชินกับสระส่วนตัวหรือในสโมสร กลัวไม่สะอาด กลัวไม่สะดวก เห็นคนสวิสไปปิคนิคนอนอาบแดดในสวนสาธารณะก็ชอบอยู่หรอกว่าน่ารักดี แต่ไม่ยอมไปแบบเขาหรอก ไม่ชอบคนเยอะ ไม่ชอบอยู่ใกล้คนแปลกหน้า ไม่ชอบเปลี่ยนเสื้อผ้ากลางแจ้ง ไม่อยากเล่นน้ำในแม่น้ำ เพราะไม่มีห้องอาบน้ำแต่งตัวส่วนตัวสะอาดๆให้ใช้ ไม่อยากใช้สถานที่ร่วมกับคนอื่น ทั้งหมดทั้งปวงก็เพราะนิสัยเสียที่ติดกับ”สิทธิพิเศษ”นั่นแหละ จนกระทั่งถึงวันที่ยอม”เปิดใจเปิดตา”ที่จะมองเห็นความงามและลองใช้ชิวิตแบบคนสวิส ถึงได้รู้ว่าความสะดวกสบายของบริการสารณะต่างๆที่นี่ดีมากๆ รถเมล์รถรางรถไฟไม่เคยผิดเวลา ไม่แน่นอึดอัด มีข้อมูลแจ้งบนรถอย่างไม่ต้องกลัวหลง เดินทางไปไหนไม่มีคำว่าเหนื่อยหรือสาย หลายครั้งฉันจึงหันมาขึ้นรถสาธารณะแทนการขับรถ คือเขาทำให้ขนส่งมวลชนเหนือกว่ารถส่วนตัวได้จริงๆ จึงไม่แปลกที่คนสวิสไม่ว่ารวยขนาดไหนก็ไปไหนมาไหนด้วยบริการสาธารณะ บางคนไม่คิดจะมีรถเลยด้วยซ้ำทั้งที่จะซื้อรถสปอร์ตได้หลายๆคัน และฉันยังได้ค้นพบว่าคนสวิสนั้นฉลาดที่จะนำความงามของธรรมชาติมาใช้ทำให้ชีวิตรื่นรมย์อย่างเต็มที่จริงๆ โดยการจัดให้มีสวนและที่พักผ่อนหย่อนใจริมแม่น้ำและทะเลสาบอย่างสะดวกสบายมากมาย ริมแม่น้ำมีลานไม้ให้นอนอาบแดดเหมือนรีสอร์ท ในแม่น้ำมีการจัดกั้นให้ว่ายน้ำออกกำลังได้เหมือนลู่ในสระโอลิมปิก ในทะเลสาบมีทุ่นลอยให้นอนเล่น มีสปริงบอร์ดกลางน้ำให้กระโดด ทุกอย่างออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างสะดวกไม่ต่างไปจากสระว่ายน้ำหรูในเมืองใหญ่ แต่ทั้งหมดนี้คือสภาพแวดล้อมแบบธรรมชาติล้วนๆ ที่สำคัญทุกอย่างแทบจะฟรี และมีมากมายอย่างเพียงพอให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เท่าเทียมกัน
นี่แหละสิทธิพิเศษของจริง สิทธิพิเศษที่ทุกคนมีได้เท่าเทียมกัน และฉันคิดว่ามัน”พิเศษ”ตรงที่ว่า ในเวลาที่เรากำลังสำราญอยู่กับสิทธิพิเศษนั้น เราไม่ต้องรู้สึกแย่ที่ว่ายังมีคนอื่นที่ไม่มีสิทธิ์ในความพิเศษนั้นเหมือนอย่างเรา

2 comments on “Privilege: How to define it? สิทธิพิเศษ อะไรคือพิเศษ

  1. lin says:

    ทุกตัวอักษรทีคุณเขียนมันออกมา มันเข้าถึงอารมณ์และความรู้สึก มันเหมือนย้อนเวลาไปในวันแรกๆที่มาอยู่ที่นี่
    ประเทศที่เราไม่รู้จักใครเลย กับอะไรหลายอย่างรอบๆตัวที่ไม่คุ้นชิน การนั่งรถไปไหนมาไหนคนเดียว แต่ทุกวันที่นี่ ที่สวิสเซอร์แลนด์ ประเทศที่ดิฉันเองไม่เคยคิดว่าจะได้มาอยู่ ดิฉันหลงรักที่นี่แล้ว กับความเรียบง่าย สงบ แต่สะดวกสบาย และธรรมชาติที่มีอยู่รอบตัว ดีใจนะคะที่ได้อ่าน งานเขียนของคุณ ขอบคุณนะคะ

  2. PJ says:

    I like the honest opinions you give in your posts. This year I had a long time friend, coming to visit me for a little trip of Switzerland and the first thing she mentionned that she thinks it is very calm here, even though behind my house, maybe 700 meters away there’s the N1 highway, which never really disturbed myself as it is far enough not to hear too much of it. Some time after the trip she told me that this visit has opened her eyes to many things she thought. So I asked her back what it is that opened her eyes but I never got an answer. Maybe it was politeness for if she had criticism to utter which she didn’t when here or maybe the fear of loss of face. I have no clue but keep thinking, that maybe the classical thinking patterns of how all swiss are rich etc.. have been put into right perspective. Not sure about that but a pity I never got an answer. I really would’ve liked to know….🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s